Title : The strength embrace
Author : ilLuSioN
Paring : Kangin x Leeteuk
Note:: มันคือฟิคสั้นกอบกู้ลัทธิคังทึก .\/.
.............................
เมื่อวันเวลาแห่งความเศร้ามาถึง..
ความอบอุ่นที่เราได้อยู่ข้างกันจะคอยปลอบโยน..
เราต่างรู้ว่า..มันจะหลอมละลายหัวใจของเรา...
ที่นั่งข้างกายของเรา..
ไม่สามารถว่างเปล่าได้...
เราจะเติมเต็มมัน...ด้วยคำว่า..รัก.. จากหัวใจ
.........
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ริมสองข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าเรียงราย แม้ว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบครึ่งค่อนคืนก็ยังคงเปิดต้อนรับบรรดาลูกค้าผู้หลงใหลในแสงสีและราตรีอันงดงาม
แค่ก แค่ก เสียงกระแอมไอจากร่างบางเริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ออกจากฮอลล์ที่ใช้จัดคอนเสิร์ตเอ็มเค้าน์ดาวน์มาจนกระทั่งตอนนี้ น่าจะล่วงเลยมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ หากอีทึกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไอค่อกๆ แค่กๆ เลยสักนิด ทำเอาร่างหนาที่เดินอยู่ข้างๆ ต้องหันไปมองแล้วมองอีกมากกว่ายี่สิบครั้งเห็นจะได้ ทั้งคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นมาตลอดทางด้วยความเป็นห่วง กลัวอีกคนจะทรุดหนักไปมากกว่านี้
พี่ไอไม่หยุดเลยนะ ไปหาหมอเถอะ คังอินพูดขึ้นพร้อมจับมือร่างบางให้หยุดเดิน
ฉันไม่เป็นไรหรอก คังอิน หวัดนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย คำตอบของอีทึกยังเหมือนเดิมทุกครั้งที่เขาถาม.. คังอินส่ายหัวช้าๆ และยื่นมือไปขยับผ้าพันคอของอีทึกให้กระชับขึ้นแล้วดึงขึ้นมาปิดปากปิดจมูก เพื่อกันลมที่ยังคงหนาวอยู่แม้จะเป็นเดือนเมษายนแล้วก็ตาม
พูดอย่างนี้อีกแล้ว.. แล้วเป็นยังไงล่ะ พอตกกลางคืนผมก็ต้องนอนเฝ้าพี่ทุกที คังอินว่า
ก็ใครใช้ให้นายเฝ้าล่ะ เสว่าไปเรื่องโน้น
ปาร์คจองซูน่ะ
แค่ก.. ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ใช้ อีทึกแย้ง
แล้วไม่ใช่พี่หรือไงที่อยู่ๆ ก็พูดเสียงหวานๆ ว่า คังอิน พี่หนาว~ ตอนดึกๆดื่นๆ ให้ผมต้องกอดน่ะ คังอินเถียงกลับ เรียกให้ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อ..
...ก็ตอนนั้นมันหนาวจริงๆนะ...ร่างบางท้วงในใจ
ก็แล้วมันมีส่วนไหนของประโยค..แค่ก.. บอกให้นาย..แค่ก..มากอดฉันล่ะ หา? ถึงอย่างนั้นก็ยังหาข้ออ้างขึ้นมาเถียงต่อ
แต่พอผมกอดพี่ก็หยุดบ่นใช่ไหมล่ะ อยากให้ผมกอดก็บอกตรงๆ สิ ทึกกี้~ น้ำเสียงล้อๆ พร้อมรอยยิ้มของคังอินทำให้ร่างบางหมั่นไส้ได้ง่ายๆ ทั้งเจ้าของเสียงที่ไม่พูดเปล่า ยังเอามือมากอดเอวเขาให้แนบชิดเข้าไปอีก คนเดินผ่านไปผ่านมาต่างเหลียวหลังกลับมามองทั้งคู่ด้วยสายตาใคร่รู้ แต่คังอินไม่ได้สนใจ สิ่งที่คิดมีเพียงแค่อยากจะทำให้อีทึกยิ้ม.. อยากทำให้อีทึกมีความสุข..
ให้เลิกคิดถึงแต่เรื่องของคนอื่นเสียบ้าง..สักนาทีก็ยังดี
คังอิน ปล่อยยยย ร่างบางในอ้อมกอดประท้วง
ไม่ปล่อย พี่เดินใกล้ๆผมแบบนี้ จะได้อุ่นขึ้น
ฉัน..แค่ก...ไม่ได้หนาวนะ
แต่อากาศหนาว อาการแบบนี้อย่างดีก็ไม่พ้นคืนนี้หรอก ต้องป่วยมากกว่านี้แหงๆ คังอินว่า อีทึกทำท่าจะเถียงกลับ แต่ก็โดนคังอินเอ่ยสวนกลับมาทันที เลิกเถียงได้แล้ว อย่ามาทำเป็นสบายดีได้ไหมทึกกี้ ผมรู้นะว่าพี่ป่วยหนักแค่ไหน
อีทึกหยุดเถียงไปแต่ยังคงไอแห้งๆต่อ คังอินมองอย่างเป็นห่วงเพราะร่างบางไม่ยอมไปโรงพยาบาลแต่โดยดี คังอินจึงตัดสินใจพาอิทึกเดินเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
พี่จะสั่งอาหารมากินก่อนก็ได้ ผมจะไปซื้อยามาให้ รอผมนะ ร่างหนาพาอีทึกมานั่งที่โต๊ะตรงมุมร้านแล้วเอ่ยสั่งความรวดเดียวก่อนจะรีบวิ่งออกไปข้างนอก
..ทำให้ยองอุนเป็นห่วงอีกแล้วเหรอเนี่ย..
...เฮ้อ...
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเป็นคนเข้มแข็ง.. แต่ยังแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อย..
เรานี่มันแย่จริงๆ...
เมื่อพนักงานเดินมารับออเดอร์ อีทึกก็เพียงแต่เอ่ยสั่งชาร้อนไปเท่านั้นเพราะไม่รู้สึกหิวทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าวเลย... ก็มันไม่หิวนี่นา..แล้วจะกินทำไม..
เวลาผ่านไปเพียงห้านาที ริมฝีปากบางเพิ่งจะลิ้มรสชาร้อนๆ ได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยด้วยซ้ำ คังอินก็กลับมานั่งลงตรงหน้า พร้อมยื่นถุงยามาให้
สั่งอาหารสิ แล้วจะได้กินยา คังอินว่า
แต่พี่ไม่หิวนะ อีทึกตอบกลับมา พร้อมยิ้มแห้งๆให้ ในใจรู้สึกขอบคุณคนตรงหน้าจริงๆ ที่ใส่ใจเขามากขนาดนี้
....ขอบคุณที่ยังเห็นเขาเป็นคนสำคัญเสมอมา....
ไม่หิวก็ต้องกิน ทุกวันนี้พี่กินอะไรเข้าไปบ้างเนี่ย ผมอยู่กับพี่มาตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นอะไรตกถึงท้องพี่เลยด้วยซ้ำ พี่จะอิ่มได้ยังไง
แต่ว่าพี่ไม่หิวจริงๆ...
คิดว่าผมจะปล่อยให้พี่เป็นแบบนี้รึไง? คังอินพูดแกมบังคับ กินเถอะนะ กินเท่าที่พี่กินได้ ถ้าไม่หมดผมจะช่วยกินเอง
คังอิน.. คนดื้อเริ่มเรียกด้วยเสียงหวานๆ
อย่าดื้อสิ ผมเป็นห่วงพี่นะ
.. ก็ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมให้คนตรงหน้า แต่ว่า..คังอินจ่ายนะ
ร่างหนาถอนหายใจอย่างระอากับข้อต่อรอง ปกติผมก็จ่ายให้อยู่แล้วนี่ ที่สำคัญ ถ้าจ่ายแล้วพี่จะกินเยอะขึ้นบ้าง ผมก็จะจ่ายให้พี่ตลอดชีวิตเลย
คังอินน่ารักจัง อีทึกว่า พร้อมยิ้มให้อย่างน่ารักกับคำพูดที่ได้ยินและยอมกินทั้งอาหารทั้งยาที่คังอินซื้อมาให้แต่โดยดี
..
ฟิ้ว~
ลมยังไม่หายหนาวอีกเหรอเนี่ย เสียงหวานเอ่ยเบาๆ เมื่อเดินออกมาจากร้านหลังจากกินอาหารกันเสร็จแล้ว
หากบ่นได้ไม่ทันขาดคำ เสื้อคลุมสีดำตัวหนาก็ถูกวางคลุมทับไหล่บางที่เดิมก็สวมเสื้อโค้ทสีขาวอยู่แล้ว ..ความอบอุ่นแทรกเข้ามาถึงผิวกาย..เข้าไปถึงจิตใจ...ได้ในทันที..
ดีขึ้นมั้ย? เสียงทุ้มถาม
ฮื่อ แค่ก.. แค่ก
ยังไออยู่อีกเหรอ
แล้วใครจะไปหายทันทีได้ล่ะ เสียงหวานว่า
ถึงงั้นก็เหอะ รีบเดินดีกว่า เดี๋ยวผมไปส่งที่จัดรายการแล้วกัน
แล้วนายจะไปทำงานทันรึไง อีทึกแย้ง
ทันน่า เวลายังเหลือตั้งเยอะ
งั้นก็ได้ คังอินยิ้มให้กับคำตอบรับของอีทึก ทำท่าจะโอบเอวร่างบางแล้วออกเดิน แต่อีทึกขืนตัวไว้ทำให้คังอินต้องหันไปถาม
มีอะไรเหรอ?
หันหลังมา เสียงหวานสั่ง คังอินทำตามออย่างงงๆ หากไม่ได้ถามอะไรเพราะไม่อยากขัดใจ อีทึกจึงพูดต่อ ก้มลงอีกสิ
เมื่อร่างหนาทำตาม อีทึกจึงกระโดดขึ้นขี่หลังคนตรงหน้าที่ไม่ทันตั้งตัวจนทั้งสองเซไปข้างหน้า
เฮ้ยย คังอินร้อง ทึกกี้ จะขี่หลังเนี่ยบอกกันก่อนได้มั้ยยยย
ปากก็ร้องบอกไปแบบนั้น แต่ตัวเองก็แบกร่างบางเอาไว้ได้ทันตามสัญชาติญาณ เพราะปกติอีทึกก็ไม่เคยบอกให้เขารู้ก่อนอยู่ดี แขนเรียวโอบรอบคอคังอินจากด้านหลังเสียแน่น ใบหน้าหวานซุกลงตรงซอกคอของร่างหนาอย่างหาความอบอุ่น คังอินเหลือบมองกิริยานั้นด้วยสายตาเอ็นดู
เล่นเป็นเด็กๆไปได้... แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยล้อ
เดินไปเหอะ อีทึกว่าเข้าให้
คร้าบบบ ให้ผมไปส่งให้ถึงเก้าอี้ดีเจเลยมั้ย?
ไม่ต้อง ฮยอกแจกับซองมินก็อยู่
แล้วทำไมล่ะ คังอินว่า ...ฮยอกแจกับซองมินอยู่ที่นั่นด้วยกันก็ปกตินี่หว่า..
ฉันเขินเป็นนะเฮ้ย เสียงหวานโวยวาย จนคังอินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
จะเขินอะไรล่ะ ผมแค่เดินไปส่งนะ เอ่ยทั้งที่ยังหัวเราะ
ไม่รู้ ไม่ต้องขึ้นไปหรอก ส่งแค่หน้าตึกนั่นแหละ อีทึกว่าแล้วก็เกยคางลงบนไหล่กว้าง แก้มเนียนพองลมอย่างน่ารัก คังอินหันมามองแล้วก็ต้องอมยิ้มอย่างเสียมิได้
อย่าไปบอกใครเค้าเชียวว่าร่างที่หลังเขาอยู่เนี่ย เป็นหัวหน้าวงซูปเปอร์จูเนียร์..
เวลาอยู่กันสองคน มาดที่เก๊กไว้ไม่รู้หายไปไหนหมด..
เพราะเป็นคนเดียวที่เชื่อใจ
คนเดียวที่ยอมเปิดหัวใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ตัวตนอย่างไร้ซึ่งการปิดบังใดๆ
คังอินแบกอีทึกเดินมาเพียงครู่เดียวก็มาหยุดลงตรงหน้าตึกเคบีเอส แขนแกร่งปล่อยร่างบางลงช้าๆ
เอ้า ถึงแล้วครับลีดเดอร์
ขอบใจมาก ^^ แค่ก... อีทึกยิ้มให้ แล้วหันไปไอค่อกแค่ก
ยังไออยู่เลย อย่าร้องเพลงมากนะ คังอินว่า
เอ้านี่ อีทึกถอดเสื้อโค้ทของคังอินคืนให้ แต่ร่างหนาปฏิเสธที่จะรับมา
เอาไปใส่เถอะ เสื้อผมอุ่นนะ ฮ่าๆ คังอินพูดกลั้วหัวเราะ แล้วอย่าคิดเอาไปให้ฮยอกแจหรือซองมินใส่เชียว ไอ้พวกนั้นน่ะมันป่วยยากกว่าพี่เยอะ รู้ไหม
อีทึกพยักหน้าหงึกหงึกแล้วเอาเสื้อโค้ทกลับมาใส่ ระหว่างที่กำลังก้มหน้าติดกระดุม แก้มเนียนถูกหอมเข้าไปเบาๆทีหนึ่งทำเอาสะดุ้งเฮือกและเงยหน้าขึ้นมา
ห่วงตัวเองมากๆนะ
เสียงทุ้มบอกพร้อมยิ้มให้ แล้วหันหลังออกเดินไปยังตึกที่ตัวเองต้องไปจัดรายการ อีทึกยิ้มกับตัวเองเงียบๆ มือเรียวกระชับเสื้อโค้ทเข้าหาตัวแล้วเดินขึ้นตึกไป
ยิ้มออกมาจากหัวใจ.... หัวใจซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่คนคนนั้นมอบไว้ให้..
.
เวลาล่วงเลยไปครึ่งค่อนคืน รายการวิทยุจบลงไปแล้ว พร้อมทั้งน้องชายร่วมวงอีกสองคนที่ขอตัวกลับไปก่อน ทำให้อีทึกยืนต้องออกมายืนรอแท็กซี่หน้าตึกคนเดียว ไม่อยากจะโทรไปรบกวนให้คังอินมารับเพราะรายนั้นก็คงมีรถของบริษัทรออยู่แล้ว บางทีตอนนี้คงอาจจะถึงหอพักแล้วด้วยซ้ำไป...
ปี๊น ปี๊นน
เสียงแตรรถบีบเบาๆ พอให้ร่างบางได้ยินและหันไปมอง รถมินิแวนสีดำคันเล็กหยุดลงตรงหน้าพร้อมลดกะจกลงให้เห็นหน้าคนขับที่ทำให้อีทึกตกใจไม่น้อย..
อย่างกับได้ยินเสียงที่เขาแอบหวังอยู่ในใจว่าอยากให้มารับ..
ขึ้นมาสิ คังอินว่า ยืนตรงนั้นนานๆมันหนาวนะ
ร่างบางทำตามอย่างว่าง่าย เปิดประตูก้าวขึ้นรถนั่งลงตรงที่นั่งข้างคนขับ
ไปเอารถมาจากไหนเนี่ย อีทึกถาม อดยิ้มดีใจไม่ได้ที่คังอินย้อนกลับมารับ
ก็รถของบริษัทที่ไปรับผมนั่นแหละ แค่บอกให้คนขับกลับไปก่อน เพราะผมจะมารับพี่ คังอินตอบ
ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมารับ ถ้าฉันกลับกับฮยอกแจไปก่อนแล้วล่ะ อีทึกว่า
ฮยอกแจมากับซองมิน ก็กลับกับซองมินสิ ร่างหนาตอบ จริงๆ แล้วตัวเองเป็นคนโทรบอกฮยอกแจเองว่าให้กลับไปกับซองมินก่อน แล้วตนจะมารับอีทึกเอง .. ไม่ไอแล้วนี่ รู้สึกดีขึ้นรึยัง?
อื่อ ดีขึ้นแล้วล่ะ อีทึกตอบ
ฮ่าๆ แสดงว่าเสื้อคลุมของผมใช้ได้ผลรึไงเนี่ย คังอินพูดกลั้วหัวเราะ พลางออกรถ
คงงั้นมั้ง ใส่แล้วอุ่นดี
อุ่นกายหรืออุ่นใจล่ะทึกกี้? ยังไม่วายล้อคนรักเล่นให้ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อดูน่ารัก
จะไปรู้รึไง ขับรถไปเหอะ บอกปัดไปอย่างนั้น ทั้งที่ตัวเองก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าที่หายไอค่อกแค่กได้เพราะร่างกายอบอุ่นหรือเพราะคนตรงหน้าทำให้หัวใจมันอุ่นขึ้นกันแน่
....
ภายในห้องนอนเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ร่างบางทรุดตัวนอนลงบนเดียงเดี่ยวสองเตียงถูกจัดไว้ให้ชิดติดกัน ขณะที่ผู้ร่วมห้องอีกคนเดินเข้าห้องน้ำไป นัยน์ตาสวยมองตามแล้วหรี่ลงจนปิดสนิท หากยังไม่เข้าสู่ห้วงนิทรา
เมื่อเวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่ง คังอินที่อาบน้ำเสร็จแล้วก็เดินมายังเตียงนอนพร้อมกับน้ำอุ่นๆหนึ่งกะละมัง เพื่อเช็ดตัวให้อีทึกที่ยังไม่หายป่วยดี แม้จะยังไม่ได้หลับแต่ก็ยอมให้คังอินเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆนั่นลูบไล้ไปทั่วร่างเพื่อให้สบายตัวโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ
รู้ว่าที่ทำไปเพราะเป็นห่วง..
สัมผัสของคังอินมอบความอบอุ่นให้กับเขาทุกอิริยาบถ ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งราวจะย้ำเตือนว่ารัก ว่าหวง ทั้งสายตา ทั้งรอยยิ้มอ่อนโยน ที่ดูเหมือนจะมีให้เพียงเขาแค่คนเดียว.. ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ... แม้เพียงนึกถึงก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้งไป...
เมื่อเช็ดตัวให้อีทึกเสร็จ คังอินจึงลุกขึ้นไปปิดไฟและกลับมานอนลงบนเตียงเคียงข้างกับคนรัก ทันทีที่สัมผัสของอ้อมแขนแกร่งกอดอีทึกจากด้านหลัง คนถูกกอดก็พลิกตัวเข้าหาโดยอัตโนมัติ..เป็นแบบนี้อยู่ทุกคืนจนกลายเป็นสัญชาติญาณไปเสียแล้ว..
กระทั่งไม่อาจจินตนาการได้ว่า หาก เรา ขาดคนใดคนหนึ่งไป.. อีกคนจะข่มตาให้หลับลงได้อย่างไร..
คังอิน... เสียงหวานๆ เอ่ยขึ้นอย่างคนจะอ้อน ท่ามกลางความมืดเช่นทุกคืนที่ร่างบางนอนไม่หลับ
หือ
ยังไม่หลับใช่มั้ย
อือ คังอินรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องไม่สบายใจ
พรุ่งนี้เช้านายไม่มีงาน นอนคุยกันถึงเช้าได้มั้ย ยังจะห่วงเรื่องงานของคนอื่น.. ลืมไปแล้วรึไงว่าตัวเองกำลังป่วย..
แต่พี่ยังไม่หายป่วย เอ่ยบอกเพื่อให้รู้ว่าเขาห่วงเพียงอาการป่วยของคนรักจะทรุดหนักลงอีก
พี่ไม่เป็นไรหรอก คนป่วยยังคงอ้อนต่อไป คังอินนอนกอดพี่ไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็หาย
ผมจะได้ป่วยแทนน่ะสิ
งั้นไม่ต้องกอดก็ได้
ไม่เป็นไร ถ้ากอดแล้วพี่หายผมจะกอด
พี่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วใช่ไหม เสียงหวานบ่งบอกความกังวล
ทำไมถามแบบนี้ พี่จะโทษตัวเองอีกแล้วใช่ไหม
ก็ฉันมันอ่อนแอ.. พอฉันไม่สบาย คังอินก็ต้องมานอนกอด พอฉันนอนไม่หลับ คังอินก็ต้องนอนคุยด้วยทั้งคืนแบบนี้ ฉันทำให้คังอินเหนื่อยเพราะความอ่อนแอของตัวเอง.. ไม่ดีเลย เมื่อตอนค่ำคังอินก็ยังบ่นเลยนี่..ว่าต้องนอนเฝ้าฉัน.. ยิ่งพูดหน้าหวานๆ ก็ยิ่งเศร้าลงเรื่อยๆ
ก็แล้วพี่คิดว่าที่ผมยอมทำเรื่องแบบนี้เพื่อพี่น่ะ เพราะอะไรกัน? คังอินว่า
..... อีทึกเงียบ
ผมทำไปเพราะอยากให้พี่ยิ้ม ผมรู้ว่าผมทำไปแล้วพี่จะมีความสุข ผมถึงทำ เข้าใจไหมจองซู? สรรพนามที่ใช้เรียกเปลี่ยนไป คังอินยกมือขึ้นลูบผมอีทึกเบาๆ
ยองอุน..
เหตุผลที่คิมยองอุนคนนี้ เลือกชื่อคังอินมาใช้น่ะ จองซูจำไม่ได้เหรอ คังอินถาม
จำได้.. ร่างบางตอบ ยองอุนบอกว่า ถ้าพี่แข็งแกร่งด้วยตัวเองไม่ได้ ยองอุนจะเป็นความแข็งแกร่งให้พี่เอง... บอกว่าคังอินจะคอยเป็นกำลังให้กับอีทึก แล้วเราจะปกป้องซูปเปอร์จูเนียร์ด้วยกัน...
ใช่.. ผมเลือกชื่อนี้เพื่อจองซู คังอินยิ้มอ่อนโยน ผมบอกไว้แบบนั้นตั้งแต่หกปีที่แล้ว..แต่ตั้งเราพบกัน.. แล้วรู้ไหม ว่าถึงจะผ่านมาจนวันนี้ ผมก็ยังจะยืนยันคำเดิม
ฮื่อ พี่รู้แล้ว อีทึกรับคำทั้งรอยยิ้ม
เวลาร่วมหกปีผ่านไป... ผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย.. เผชิญเรื่องราวทั้งสุขและเศร้า.. มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาอยู่ในความทรงจำ.. ทั้งคำโต้เถียงและคำอ่อนหวาน.. แต่ไม่มีใครที่เดินจากไป ...เรายังคงอยู่เคียงข้างกันตลอดมา..
อ้อมกอดแกร่งกระชับร่างบางเข้าหา.. ใช่แล้ว... หากปาร์คจองซูไม่อาจแข็งแกร่งด้วยตนเองได้.. คิมยองอุนคนนี้..จะเป็นคนปกป้องเอง..ความแข็งแกร่งของยองอุนจะมีไว้เพื่อจองซูเท่านั้น
เสียงคุยเบาๆ ยังคงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างที่เคยเป็นมานับครั้งไม่ถ้วน ....แม้จะได้อยู่ข้างกันเกือบตลอดเวลา แต่ก็ดูเหมือนจะมีร้อยพันเรื่องราวให้พูดกันไม่รู้จบ เพราะความสบายใจที่ได้รับเมื่อความอบอุ่นของการอยู่เคียงข้างกันเข้ามาปลอบโยนหัวใจ.. ก็ดูเหมือนจะทำให้ลืมเรื่องราวที่เป็นกังวลไปเสียหมดสิ้น โลกส่วนตัวได้เปิดรับคนอีกคนเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมกัน
คงจะเป็นอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของคนคนนี้เอง.. ที่จะโอบกอดความรักของเราไว้ตลอดไป..
-- END --
ilLuSioNs NOTE
หลับหูหลับตา ป้องปาก ตะโกนดังไปสามบ้านแปดบ้าน
"กูรักคังทึก!!!!!!!!! คังทึกจงเจริญ!!!!!!!!!!!!!!"
โว้ย - -*
-----------------------------------------------
เวลาแบบนี้
ใครใครก็ลืมอีทึก..
ใครใครก็ลืมปาร์คจองซู..
เศร้าชิบ T^T
ได้โปรดอย่าว่างั้นงี้เลย
คังอินน่ะตายซากเพราะอีทึกชัดๆ TT____TT
คิดว่าอาการดีขึ้นแต่ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเพราะอะไรกันล่ะ!!!
พูดแล้วหงุดหงิด = =
อย่าให้อีทึกกลายเป็นนางฟ้าที่ถูกลืมนะ..
คังอิน..
ขอร้องล่ะ... แสดงให้เค้าเห็นทีได้มั้ย..
Author : ilLuSioN
Paring : Kangin x Leeteuk
Note:: มันคือฟิคสั้นกอบกู้ลัทธิคังทึก .\/.
.............................
เมื่อวันเวลาแห่งความเศร้ามาถึง..
ความอบอุ่นที่เราได้อยู่ข้างกันจะคอยปลอบโยน..
เราต่างรู้ว่า..มันจะหลอมละลายหัวใจของเรา...
ที่นั่งข้างกายของเรา..
ไม่สามารถว่างเปล่าได้...
เราจะเติมเต็มมัน...ด้วยคำว่า..รัก.. จากหัวใจ
.........
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ริมสองข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าเรียงราย แม้ว่าเวลาล่วงเลยมาเกือบครึ่งค่อนคืนก็ยังคงเปิดต้อนรับบรรดาลูกค้าผู้หลงใหลในแสงสีและราตรีอันงดงาม
แค่ก แค่ก เสียงกระแอมไอจากร่างบางเริ่มจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ตั้งแต่ออกจากฮอลล์ที่ใช้จัดคอนเสิร์ตเอ็มเค้าน์ดาวน์มาจนกระทั่งตอนนี้ น่าจะล่วงเลยมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ หากอีทึกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไอค่อกๆ แค่กๆ เลยสักนิด ทำเอาร่างหนาที่เดินอยู่ข้างๆ ต้องหันไปมองแล้วมองอีกมากกว่ายี่สิบครั้งเห็นจะได้ ทั้งคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นมาตลอดทางด้วยความเป็นห่วง กลัวอีกคนจะทรุดหนักไปมากกว่านี้
พี่ไอไม่หยุดเลยนะ ไปหาหมอเถอะ คังอินพูดขึ้นพร้อมจับมือร่างบางให้หยุดเดิน
ฉันไม่เป็นไรหรอก คังอิน หวัดนิดหน่อยเดี๋ยวก็หาย คำตอบของอีทึกยังเหมือนเดิมทุกครั้งที่เขาถาม.. คังอินส่ายหัวช้าๆ และยื่นมือไปขยับผ้าพันคอของอีทึกให้กระชับขึ้นแล้วดึงขึ้นมาปิดปากปิดจมูก เพื่อกันลมที่ยังคงหนาวอยู่แม้จะเป็นเดือนเมษายนแล้วก็ตาม
พูดอย่างนี้อีกแล้ว.. แล้วเป็นยังไงล่ะ พอตกกลางคืนผมก็ต้องนอนเฝ้าพี่ทุกที คังอินว่า
ก็ใครใช้ให้นายเฝ้าล่ะ เสว่าไปเรื่องโน้น
ปาร์คจองซูน่ะ
แค่ก.. ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ใช้ อีทึกแย้ง
แล้วไม่ใช่พี่หรือไงที่อยู่ๆ ก็พูดเสียงหวานๆ ว่า คังอิน พี่หนาว~ ตอนดึกๆดื่นๆ ให้ผมต้องกอดน่ะ คังอินเถียงกลับ เรียกให้ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่อ..
...ก็ตอนนั้นมันหนาวจริงๆนะ...ร่างบางท้วงในใจ
ก็แล้วมันมีส่วนไหนของประโยค..แค่ก.. บอกให้นาย..แค่ก..มากอดฉันล่ะ หา? ถึงอย่างนั้นก็ยังหาข้ออ้างขึ้นมาเถียงต่อ
แต่พอผมกอดพี่ก็หยุดบ่นใช่ไหมล่ะ อยากให้ผมกอดก็บอกตรงๆ สิ ทึกกี้~ น้ำเสียงล้อๆ พร้อมรอยยิ้มของคังอินทำให้ร่างบางหมั่นไส้ได้ง่ายๆ ทั้งเจ้าของเสียงที่ไม่พูดเปล่า ยังเอามือมากอดเอวเขาให้แนบชิดเข้าไปอีก คนเดินผ่านไปผ่านมาต่างเหลียวหลังกลับมามองทั้งคู่ด้วยสายตาใคร่รู้ แต่คังอินไม่ได้สนใจ สิ่งที่คิดมีเพียงแค่อยากจะทำให้อีทึกยิ้ม.. อยากทำให้อีทึกมีความสุข..
ให้เลิกคิดถึงแต่เรื่องของคนอื่นเสียบ้าง..สักนาทีก็ยังดี
คังอิน ปล่อยยยย ร่างบางในอ้อมกอดประท้วง
ไม่ปล่อย พี่เดินใกล้ๆผมแบบนี้ จะได้อุ่นขึ้น
ฉัน..แค่ก...ไม่ได้หนาวนะ
แต่อากาศหนาว อาการแบบนี้อย่างดีก็ไม่พ้นคืนนี้หรอก ต้องป่วยมากกว่านี้แหงๆ คังอินว่า อีทึกทำท่าจะเถียงกลับ แต่ก็โดนคังอินเอ่ยสวนกลับมาทันที เลิกเถียงได้แล้ว อย่ามาทำเป็นสบายดีได้ไหมทึกกี้ ผมรู้นะว่าพี่ป่วยหนักแค่ไหน
อีทึกหยุดเถียงไปแต่ยังคงไอแห้งๆต่อ คังอินมองอย่างเป็นห่วงเพราะร่างบางไม่ยอมไปโรงพยาบาลแต่โดยดี คังอินจึงตัดสินใจพาอิทึกเดินเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
พี่จะสั่งอาหารมากินก่อนก็ได้ ผมจะไปซื้อยามาให้ รอผมนะ ร่างหนาพาอีทึกมานั่งที่โต๊ะตรงมุมร้านแล้วเอ่ยสั่งความรวดเดียวก่อนจะรีบวิ่งออกไปข้างนอก
..ทำให้ยองอุนเป็นห่วงอีกแล้วเหรอเนี่ย..
...เฮ้อ...
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเป็นคนเข้มแข็ง.. แต่ยังแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นต้องเป็นห่วงอยู่เรื่อย..
เรานี่มันแย่จริงๆ...
เมื่อพนักงานเดินมารับออเดอร์ อีทึกก็เพียงแต่เอ่ยสั่งชาร้อนไปเท่านั้นเพราะไม่รู้สึกหิวทั้งที่ยังไม่ได้กินข้าวเลย... ก็มันไม่หิวนี่นา..แล้วจะกินทำไม..
เวลาผ่านไปเพียงห้านาที ริมฝีปากบางเพิ่งจะลิ้มรสชาร้อนๆ ได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยด้วยซ้ำ คังอินก็กลับมานั่งลงตรงหน้า พร้อมยื่นถุงยามาให้
สั่งอาหารสิ แล้วจะได้กินยา คังอินว่า
แต่พี่ไม่หิวนะ อีทึกตอบกลับมา พร้อมยิ้มแห้งๆให้ ในใจรู้สึกขอบคุณคนตรงหน้าจริงๆ ที่ใส่ใจเขามากขนาดนี้
....ขอบคุณที่ยังเห็นเขาเป็นคนสำคัญเสมอมา....
ไม่หิวก็ต้องกิน ทุกวันนี้พี่กินอะไรเข้าไปบ้างเนี่ย ผมอยู่กับพี่มาตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นอะไรตกถึงท้องพี่เลยด้วยซ้ำ พี่จะอิ่มได้ยังไง
แต่ว่าพี่ไม่หิวจริงๆ...
คิดว่าผมจะปล่อยให้พี่เป็นแบบนี้รึไง? คังอินพูดแกมบังคับ กินเถอะนะ กินเท่าที่พี่กินได้ ถ้าไม่หมดผมจะช่วยกินเอง
คังอิน.. คนดื้อเริ่มเรียกด้วยเสียงหวานๆ
อย่าดื้อสิ ผมเป็นห่วงพี่นะ
.. ก็ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมให้คนตรงหน้า แต่ว่า..คังอินจ่ายนะ
ร่างหนาถอนหายใจอย่างระอากับข้อต่อรอง ปกติผมก็จ่ายให้อยู่แล้วนี่ ที่สำคัญ ถ้าจ่ายแล้วพี่จะกินเยอะขึ้นบ้าง ผมก็จะจ่ายให้พี่ตลอดชีวิตเลย
คังอินน่ารักจัง อีทึกว่า พร้อมยิ้มให้อย่างน่ารักกับคำพูดที่ได้ยินและยอมกินทั้งอาหารทั้งยาที่คังอินซื้อมาให้แต่โดยดี
..
ฟิ้ว~
ลมยังไม่หายหนาวอีกเหรอเนี่ย เสียงหวานเอ่ยเบาๆ เมื่อเดินออกมาจากร้านหลังจากกินอาหารกันเสร็จแล้ว
หากบ่นได้ไม่ทันขาดคำ เสื้อคลุมสีดำตัวหนาก็ถูกวางคลุมทับไหล่บางที่เดิมก็สวมเสื้อโค้ทสีขาวอยู่แล้ว ..ความอบอุ่นแทรกเข้ามาถึงผิวกาย..เข้าไปถึงจิตใจ...ได้ในทันที..
ดีขึ้นมั้ย? เสียงทุ้มถาม
ฮื่อ แค่ก.. แค่ก
ยังไออยู่อีกเหรอ
แล้วใครจะไปหายทันทีได้ล่ะ เสียงหวานว่า
ถึงงั้นก็เหอะ รีบเดินดีกว่า เดี๋ยวผมไปส่งที่จัดรายการแล้วกัน
แล้วนายจะไปทำงานทันรึไง อีทึกแย้ง
ทันน่า เวลายังเหลือตั้งเยอะ
งั้นก็ได้ คังอินยิ้มให้กับคำตอบรับของอีทึก ทำท่าจะโอบเอวร่างบางแล้วออกเดิน แต่อีทึกขืนตัวไว้ทำให้คังอินต้องหันไปถาม
มีอะไรเหรอ?
หันหลังมา เสียงหวานสั่ง คังอินทำตามออย่างงงๆ หากไม่ได้ถามอะไรเพราะไม่อยากขัดใจ อีทึกจึงพูดต่อ ก้มลงอีกสิ
เมื่อร่างหนาทำตาม อีทึกจึงกระโดดขึ้นขี่หลังคนตรงหน้าที่ไม่ทันตั้งตัวจนทั้งสองเซไปข้างหน้า
เฮ้ยย คังอินร้อง ทึกกี้ จะขี่หลังเนี่ยบอกกันก่อนได้มั้ยยยย
ปากก็ร้องบอกไปแบบนั้น แต่ตัวเองก็แบกร่างบางเอาไว้ได้ทันตามสัญชาติญาณ เพราะปกติอีทึกก็ไม่เคยบอกให้เขารู้ก่อนอยู่ดี แขนเรียวโอบรอบคอคังอินจากด้านหลังเสียแน่น ใบหน้าหวานซุกลงตรงซอกคอของร่างหนาอย่างหาความอบอุ่น คังอินเหลือบมองกิริยานั้นด้วยสายตาเอ็นดู
เล่นเป็นเด็กๆไปได้... แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยล้อ
เดินไปเหอะ อีทึกว่าเข้าให้
คร้าบบบ ให้ผมไปส่งให้ถึงเก้าอี้ดีเจเลยมั้ย?
ไม่ต้อง ฮยอกแจกับซองมินก็อยู่
แล้วทำไมล่ะ คังอินว่า ...ฮยอกแจกับซองมินอยู่ที่นั่นด้วยกันก็ปกตินี่หว่า..
ฉันเขินเป็นนะเฮ้ย เสียงหวานโวยวาย จนคังอินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
จะเขินอะไรล่ะ ผมแค่เดินไปส่งนะ เอ่ยทั้งที่ยังหัวเราะ
ไม่รู้ ไม่ต้องขึ้นไปหรอก ส่งแค่หน้าตึกนั่นแหละ อีทึกว่าแล้วก็เกยคางลงบนไหล่กว้าง แก้มเนียนพองลมอย่างน่ารัก คังอินหันมามองแล้วก็ต้องอมยิ้มอย่างเสียมิได้
อย่าไปบอกใครเค้าเชียวว่าร่างที่หลังเขาอยู่เนี่ย เป็นหัวหน้าวงซูปเปอร์จูเนียร์..
เวลาอยู่กันสองคน มาดที่เก๊กไว้ไม่รู้หายไปไหนหมด..
เพราะเป็นคนเดียวที่เชื่อใจ
คนเดียวที่ยอมเปิดหัวใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้ตัวตนอย่างไร้ซึ่งการปิดบังใดๆ
คังอินแบกอีทึกเดินมาเพียงครู่เดียวก็มาหยุดลงตรงหน้าตึกเคบีเอส แขนแกร่งปล่อยร่างบางลงช้าๆ
เอ้า ถึงแล้วครับลีดเดอร์
ขอบใจมาก ^^ แค่ก... อีทึกยิ้มให้ แล้วหันไปไอค่อกแค่ก
ยังไออยู่เลย อย่าร้องเพลงมากนะ คังอินว่า
เอ้านี่ อีทึกถอดเสื้อโค้ทของคังอินคืนให้ แต่ร่างหนาปฏิเสธที่จะรับมา
เอาไปใส่เถอะ เสื้อผมอุ่นนะ ฮ่าๆ คังอินพูดกลั้วหัวเราะ แล้วอย่าคิดเอาไปให้ฮยอกแจหรือซองมินใส่เชียว ไอ้พวกนั้นน่ะมันป่วยยากกว่าพี่เยอะ รู้ไหม
อีทึกพยักหน้าหงึกหงึกแล้วเอาเสื้อโค้ทกลับมาใส่ ระหว่างที่กำลังก้มหน้าติดกระดุม แก้มเนียนถูกหอมเข้าไปเบาๆทีหนึ่งทำเอาสะดุ้งเฮือกและเงยหน้าขึ้นมา
ห่วงตัวเองมากๆนะ
เสียงทุ้มบอกพร้อมยิ้มให้ แล้วหันหลังออกเดินไปยังตึกที่ตัวเองต้องไปจัดรายการ อีทึกยิ้มกับตัวเองเงียบๆ มือเรียวกระชับเสื้อโค้ทเข้าหาตัวแล้วเดินขึ้นตึกไป
ยิ้มออกมาจากหัวใจ.... หัวใจซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่คนคนนั้นมอบไว้ให้..
.
เวลาล่วงเลยไปครึ่งค่อนคืน รายการวิทยุจบลงไปแล้ว พร้อมทั้งน้องชายร่วมวงอีกสองคนที่ขอตัวกลับไปก่อน ทำให้อีทึกยืนต้องออกมายืนรอแท็กซี่หน้าตึกคนเดียว ไม่อยากจะโทรไปรบกวนให้คังอินมารับเพราะรายนั้นก็คงมีรถของบริษัทรออยู่แล้ว บางทีตอนนี้คงอาจจะถึงหอพักแล้วด้วยซ้ำไป...
ปี๊น ปี๊นน
เสียงแตรรถบีบเบาๆ พอให้ร่างบางได้ยินและหันไปมอง รถมินิแวนสีดำคันเล็กหยุดลงตรงหน้าพร้อมลดกะจกลงให้เห็นหน้าคนขับที่ทำให้อีทึกตกใจไม่น้อย..
อย่างกับได้ยินเสียงที่เขาแอบหวังอยู่ในใจว่าอยากให้มารับ..
ขึ้นมาสิ คังอินว่า ยืนตรงนั้นนานๆมันหนาวนะ
ร่างบางทำตามอย่างว่าง่าย เปิดประตูก้าวขึ้นรถนั่งลงตรงที่นั่งข้างคนขับ
ไปเอารถมาจากไหนเนี่ย อีทึกถาม อดยิ้มดีใจไม่ได้ที่คังอินย้อนกลับมารับ
ก็รถของบริษัทที่ไปรับผมนั่นแหละ แค่บอกให้คนขับกลับไปก่อน เพราะผมจะมารับพี่ คังอินตอบ
ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะมารับ ถ้าฉันกลับกับฮยอกแจไปก่อนแล้วล่ะ อีทึกว่า
ฮยอกแจมากับซองมิน ก็กลับกับซองมินสิ ร่างหนาตอบ จริงๆ แล้วตัวเองเป็นคนโทรบอกฮยอกแจเองว่าให้กลับไปกับซองมินก่อน แล้วตนจะมารับอีทึกเอง .. ไม่ไอแล้วนี่ รู้สึกดีขึ้นรึยัง?
อื่อ ดีขึ้นแล้วล่ะ อีทึกตอบ
ฮ่าๆ แสดงว่าเสื้อคลุมของผมใช้ได้ผลรึไงเนี่ย คังอินพูดกลั้วหัวเราะ พลางออกรถ
คงงั้นมั้ง ใส่แล้วอุ่นดี
อุ่นกายหรืออุ่นใจล่ะทึกกี้? ยังไม่วายล้อคนรักเล่นให้ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อดูน่ารัก
จะไปรู้รึไง ขับรถไปเหอะ บอกปัดไปอย่างนั้น ทั้งที่ตัวเองก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าที่หายไอค่อกแค่กได้เพราะร่างกายอบอุ่นหรือเพราะคนตรงหน้าทำให้หัวใจมันอุ่นขึ้นกันแน่
....
ภายในห้องนอนเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ร่างบางทรุดตัวนอนลงบนเดียงเดี่ยวสองเตียงถูกจัดไว้ให้ชิดติดกัน ขณะที่ผู้ร่วมห้องอีกคนเดินเข้าห้องน้ำไป นัยน์ตาสวยมองตามแล้วหรี่ลงจนปิดสนิท หากยังไม่เข้าสู่ห้วงนิทรา
เมื่อเวลาผ่านไปได้ครู่หนึ่ง คังอินที่อาบน้ำเสร็จแล้วก็เดินมายังเตียงนอนพร้อมกับน้ำอุ่นๆหนึ่งกะละมัง เพื่อเช็ดตัวให้อีทึกที่ยังไม่หายป่วยดี แม้จะยังไม่ได้หลับแต่ก็ยอมให้คังอินเอาผ้าชุบน้ำหมาดๆนั่นลูบไล้ไปทั่วร่างเพื่อให้สบายตัวโดยไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ
รู้ว่าที่ทำไปเพราะเป็นห่วง..
สัมผัสของคังอินมอบความอบอุ่นให้กับเขาทุกอิริยาบถ ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งราวจะย้ำเตือนว่ารัก ว่าหวง ทั้งสายตา ทั้งรอยยิ้มอ่อนโยน ที่ดูเหมือนจะมีให้เพียงเขาแค่คนเดียว.. ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ... แม้เพียงนึกถึงก็ทำให้ยิ้มได้ทุกครั้งไป...
เมื่อเช็ดตัวให้อีทึกเสร็จ คังอินจึงลุกขึ้นไปปิดไฟและกลับมานอนลงบนเตียงเคียงข้างกับคนรัก ทันทีที่สัมผัสของอ้อมแขนแกร่งกอดอีทึกจากด้านหลัง คนถูกกอดก็พลิกตัวเข้าหาโดยอัตโนมัติ..เป็นแบบนี้อยู่ทุกคืนจนกลายเป็นสัญชาติญาณไปเสียแล้ว..
กระทั่งไม่อาจจินตนาการได้ว่า หาก เรา ขาดคนใดคนหนึ่งไป.. อีกคนจะข่มตาให้หลับลงได้อย่างไร..
คังอิน... เสียงหวานๆ เอ่ยขึ้นอย่างคนจะอ้อน ท่ามกลางความมืดเช่นทุกคืนที่ร่างบางนอนไม่หลับ
หือ
ยังไม่หลับใช่มั้ย
อือ คังอินรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องมีเรื่องไม่สบายใจ
พรุ่งนี้เช้านายไม่มีงาน นอนคุยกันถึงเช้าได้มั้ย ยังจะห่วงเรื่องงานของคนอื่น.. ลืมไปแล้วรึไงว่าตัวเองกำลังป่วย..
แต่พี่ยังไม่หายป่วย เอ่ยบอกเพื่อให้รู้ว่าเขาห่วงเพียงอาการป่วยของคนรักจะทรุดหนักลงอีก
พี่ไม่เป็นไรหรอก คนป่วยยังคงอ้อนต่อไป คังอินนอนกอดพี่ไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็หาย
ผมจะได้ป่วยแทนน่ะสิ
งั้นไม่ต้องกอดก็ได้
ไม่เป็นไร ถ้ากอดแล้วพี่หายผมจะกอด
พี่ทำให้เป็นห่วงอีกแล้วใช่ไหม เสียงหวานบ่งบอกความกังวล
ทำไมถามแบบนี้ พี่จะโทษตัวเองอีกแล้วใช่ไหม
ก็ฉันมันอ่อนแอ.. พอฉันไม่สบาย คังอินก็ต้องมานอนกอด พอฉันนอนไม่หลับ คังอินก็ต้องนอนคุยด้วยทั้งคืนแบบนี้ ฉันทำให้คังอินเหนื่อยเพราะความอ่อนแอของตัวเอง.. ไม่ดีเลย เมื่อตอนค่ำคังอินก็ยังบ่นเลยนี่..ว่าต้องนอนเฝ้าฉัน.. ยิ่งพูดหน้าหวานๆ ก็ยิ่งเศร้าลงเรื่อยๆ
ก็แล้วพี่คิดว่าที่ผมยอมทำเรื่องแบบนี้เพื่อพี่น่ะ เพราะอะไรกัน? คังอินว่า
..... อีทึกเงียบ
ผมทำไปเพราะอยากให้พี่ยิ้ม ผมรู้ว่าผมทำไปแล้วพี่จะมีความสุข ผมถึงทำ เข้าใจไหมจองซู? สรรพนามที่ใช้เรียกเปลี่ยนไป คังอินยกมือขึ้นลูบผมอีทึกเบาๆ
ยองอุน..
เหตุผลที่คิมยองอุนคนนี้ เลือกชื่อคังอินมาใช้น่ะ จองซูจำไม่ได้เหรอ คังอินถาม
จำได้.. ร่างบางตอบ ยองอุนบอกว่า ถ้าพี่แข็งแกร่งด้วยตัวเองไม่ได้ ยองอุนจะเป็นความแข็งแกร่งให้พี่เอง... บอกว่าคังอินจะคอยเป็นกำลังให้กับอีทึก แล้วเราจะปกป้องซูปเปอร์จูเนียร์ด้วยกัน...
ใช่.. ผมเลือกชื่อนี้เพื่อจองซู คังอินยิ้มอ่อนโยน ผมบอกไว้แบบนั้นตั้งแต่หกปีที่แล้ว..แต่ตั้งเราพบกัน.. แล้วรู้ไหม ว่าถึงจะผ่านมาจนวันนี้ ผมก็ยังจะยืนยันคำเดิม
ฮื่อ พี่รู้แล้ว อีทึกรับคำทั้งรอยยิ้ม
เวลาร่วมหกปีผ่านไป... ผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย.. เผชิญเรื่องราวทั้งสุขและเศร้า.. มีทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตาอยู่ในความทรงจำ.. ทั้งคำโต้เถียงและคำอ่อนหวาน.. แต่ไม่มีใครที่เดินจากไป ...เรายังคงอยู่เคียงข้างกันตลอดมา..
อ้อมกอดแกร่งกระชับร่างบางเข้าหา.. ใช่แล้ว... หากปาร์คจองซูไม่อาจแข็งแกร่งด้วยตนเองได้.. คิมยองอุนคนนี้..จะเป็นคนปกป้องเอง..ความแข็งแกร่งของยองอุนจะมีไว้เพื่อจองซูเท่านั้น
เสียงคุยเบาๆ ยังคงต่อเนื่องไปเรื่อยๆ อย่างที่เคยเป็นมานับครั้งไม่ถ้วน ....แม้จะได้อยู่ข้างกันเกือบตลอดเวลา แต่ก็ดูเหมือนจะมีร้อยพันเรื่องราวให้พูดกันไม่รู้จบ เพราะความสบายใจที่ได้รับเมื่อความอบอุ่นของการอยู่เคียงข้างกันเข้ามาปลอบโยนหัวใจ.. ก็ดูเหมือนจะทำให้ลืมเรื่องราวที่เป็นกังวลไปเสียหมดสิ้น โลกส่วนตัวได้เปิดรับคนอีกคนเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมกัน
คงจะเป็นอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของคนคนนี้เอง.. ที่จะโอบกอดความรักของเราไว้ตลอดไป..
-- END --
ilLuSioNs NOTE
หลับหูหลับตา ป้องปาก ตะโกนดังไปสามบ้านแปดบ้าน
"กูรักคังทึก!!!!!!!!! คังทึกจงเจริญ!!!!!!!!!!!!!!"
โว้ย - -*
-----------------------------------------------
เวลาแบบนี้
ใครใครก็ลืมอีทึก..
ใครใครก็ลืมปาร์คจองซู..
เศร้าชิบ T^T
ได้โปรดอย่าว่างั้นงี้เลย
คังอินน่ะตายซากเพราะอีทึกชัดๆ TT____TT
คิดว่าอาการดีขึ้นแต่ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเพราะอะไรกันล่ะ!!!
พูดแล้วหงุดหงิด = =
อย่าให้อีทึกกลายเป็นนางฟ้าที่ถูกลืมนะ..
คังอิน..
ขอร้องล่ะ... แสดงให้เค้าเห็นทีได้มั้ย..
จาบ้าตายอยู่แล้ว



